สนใจสร้างธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์

Own Label พลังของตราของร้านค้า(ตอนที่ 1)

Own Label พลังของตราของร้านค้า(ตอนที่ 1)
11
Nov

เมื่อพูดถึงการแข่งขันของร้านค้าไม่ว่าจะเป็นระบบแฟรนไชส์หรือร้านค้าปลีกต่างๆ นั้น การเอาตัวให้รอดและรักษาตลาดของตนเองไว้ให้ได้นั้นไม่ใช่ง่ายเลย ในขณะที่ลูกค้ามีความภักดีในตราที่เป็นตัวของร้านค้าน้อยลงที่แย่ก็คือ ลูกค้ากลุ่มสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ต่างก็เน้นที่ราคาและความสะดวกเป็นหลัก นอกจากนั้นวิธีการจับจ่ายก็แตกต่างไปอีกบางทีเราจะแบ่งลักษณะการซื้อเป็นหลายรูปแบบและหลายช่วงเวลา กลายเป็นว่าลูกค้าหนึ่งคนพร้อมที่จะเป็นผู้ซื้อที่เลือกจับจ่ายได้ทุกๆ ที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และเวลา ความหนักใจก็ตกอยู่ที่ร้านค้า ว่าทำอย่างไรจึงจะดึงลูกค้าให้อยู่กับร้านตัวเองให้ได้มากที่สุด บ่อยที่สุด ดังนั้นจึงต้องพึ่งการสร้างความแตกต่างของร้านค้าด้วยการพยายามที่จะหาสินค้าที่คนอื่นไม่มีเข้ามาขายในร้านค้าของตัวเอง ความยากก็อยู่ตรงนี้ด้วยสินค้าที่จำหน่ายทั่วๆ ไปใครๆ ก็เลือกเข้ามาวางไว้ได้ไม่ยากนัก การสร้างสินค้าที่เป็นของตัวเองหรือมีขายเฉพาะในร้านของตนเองนั้นทำให้เกิดสินค้าประเภท สินค้าตราของร้านค้า มากขึ้น จนกลายเป็นกลยุทธ์ที่ใครสามารถทำได้ ถือเป็นเรื่องได้เปรียบทันที

อะไรคือ ตราของร้านค้า Own Label เรื่องของ ตราของร้านค้านั้นว่ากันง่ายๆก็คือ การสร้างเครื่องหมายการค้าที่เป็นจุดจำหน่ายนั่นเองติดลงบนตัวสินค้า เหมือนกับเอาจุดเด่นที่มีอยู่แล้วนำมาสร้างจุดแข็งเพิ่มขึ้น เพราะโดยทั่วไปชื่อของร้านค้าจะเป็นที่รู้จักของนักซื้ออยู่แล้ว ส่วนการสร้างตราสินค้าขึ้นมาก็จะเลือกประเภทสินค้าที่มีการแข่งขันสูงและเป็นที่นิยมซื้อหา เป็นสินค้าทั่วไปแล้วติดตราร้านเข้าไปสร้างความแตกต่างและสามารถส่งเสริมการตลาดได้ง่ายกว่า สินค้าที่เป็นสินค้าที่พัฒนาภายใต้ ตราของร้านค้าเองนั้นบางทีเรียกว่า Privated Brand หรือสินค้าตราส่วนตัว ร้านอื่นไม่มีขาย แตกต่างจากกรณี เฮาส์แบรนด์ House Brand ที่ใช้กับสินค้าทั่วไปและถือเป็นตราสินค้าที่ผู้ผลิตสร้างขึ้นเอง แต่ตัวสินค้าตราของร้านค้าปลีกเองนั้นเป็นตราที่มีขายเฉพาะในร้านร้านหนึ่งเท่านั้น อาจจะเรียกได้อีกว่าเป็น OL หรือ Own Label กลายเป็นตราสินค้าที่มีร้านค้าจำหน่ายเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองโดยไม่ได้เป็นผู้ผลิต เนื่องจากการเพิ่มยอดขายและสร้างความต้องการในสินค้าเฉพาะคือเหตุผล ที่ทำให้ห้างร้านขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพเกิดแนวคิดการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้นและเป็นกลุ่มตราสินค้าที่อยู่ในรูปแบบของสินค้าตราของร้านค้าปลีกเอง

การพัฒนาตลาดสินค้าตราตนเองในต่างประเทศมีให้เห็นมากกมาย แต่ถ้าจะมองหาตลาดที่สามารถเป็นตัวแทนของการพัฒนาด้านธุรกิจค้าปลีกถือได้ว่าตลาดของประเทศอังกฤษนั้นน่าจับตามองที่สุด เพราะธุรกิจของร้านค้าปลีกในอังกฤษมีการพัฒนาและเติบโตมากที่สุดโดยเฉพาะในยุโรป สาเหตุหนึ่งก็เนื่องมาจากจำนวนของร้านค้าปลีกที่มีมากในอังกฤษเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในยุโรป การที่มีร้านค้าปลีกหนาแน่น มีรูปแบบร้านเล็กๆมากมายนี่เองทำให้แต่ละร้านค้าต้องหาทางสร้างแนวทางเพื่อลดต้นทุนลงด้วยวิธีการสร้างจำนวนสินค้ามากขึ้นเพื่อให้ได้ราคาที่ดีกว่า วิธีที่ดีก็คือ การสร้างตราสินค้าของร้านค้าปลีกเองขึ้นมา ในประเทศอังกฤษนั้นตลาดสินค้าภายใต้ตราสินค้าของตัวเองหรือที่เรียกว่ าown Label นั้นมีสัดส่วนของตลาดถึง 38.5% ของยอดรวมของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค

การพัฒนาสินค้าที่ใช้ตราของร้านค้าปลีกนั้นมีมาต่อเนื่อง แต่เมื่อเข้าสู่ปี1990 สินค้าที่เป็นตราของร้านค้าปลีกown-label เอง ก็เริ่มมีการเน้นคุณภาพมากขึ้นเป็นพิเศษยกระดับสินค้า เช่น ตราสินค้าของเทสโกในแถบยุโรป ที่พัฒนาขึ้นในชื่อ ไฟเนสท์ หรือ ของห้างเซนส์เบอรี่ในอังกฤษที่จ้างผลิตสินค้าจำหน่ายในกลุ่มที่ใช้แนวคิดว่า Taste the different ถ้ามองจากจุดนี้นับได้ว่าเป็นสัญญาณอันหนึ่งที่บอกว่า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เริ่มที่จะมองหาวิธีการสร้างตราให้มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และการวางโอกาสที่จะสร้างตลาดของตราสินค้าของตัวเองบนความแตกต่างทั้งคุณภาพและกลุ่มลูกค้าให้กับตนเอง การเพิ่มคุณภาพมากขึ้นคือ วิธีการที่สำคัญที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าตราของร้านค้าด้วย

วันนี้ยังว่ากันไม่จบเรื่องตราของร้านค้า คงพบกันต่อเนื่องในคราวหน้านะครับ.

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *