สนใจสร้างธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์

อนาคตของเอสเอ็มอีของไทย

อนาคตของเอสเอ็มอีของไทย
11
Nov

เอสเอ็มอี เป็นคำพูดที่ใช้กันมากในยุคสมัยของสังคมโลกที่ได้ผ่านวิกฤติของระบบเศรษฐกิจที่เคยเน้นแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ ทำให้สังคมขาดความสมดุลเมื่อธุรกิจรายเล็กรายกลางอยู่ได้ยากหรือไม่เข้มแข็ง ระบบเศรษฐกิจอ่อนไหวไปกับเงื่อนไขทางการค้า การเมืองมากไป ทำให้วงจรการค้าอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ การหันกลับมามองระบบธุรกิจที่มีทั้งรายใหญ่รายย่อยอยู่ร่วมกันได้นั้นทำให้สังคมธุรกิจเข้มแข็งกว่า และแนวคิดแบบนี้ทุกประเทศไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นต่างก็หาทางทำให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้มแข็งมากขึ้นเพื่อการอยู่ร่วมอย่างมั่นคงกว่า มองอีกแง่นั้นจะเห็นได้ว่าธุรกิจขนาดเล็กนั้นเป็นวิถีชีวิต เป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวที่รวมทั้งผู้ทำงานและผู้ลงทุน การสร้างรายได้ที่มีการแบ่งปันประโยชน์ต่อกันเมื่อการทำมาค้าขายได้ดีชุมชนในสังคมนั้นก็จะดีขึ้นไปด้วย มีการจ้างงานและการกระจายรายได้กำลังการซื้อก็เพิ่มขึ้น ระบบการค้าที่มีขนาดไม่ใหญ่มากจะเกาะเกี่ยวใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกันผลัดกันบริโภคเป็นวงจรที่ครบกระบวนทำให้สามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง ธุรกิจที่ใหญ่กว่าก็ได้ประโยชน์ในการส่งผ่านสินค้าเข้าช่องทางของการค้าของร้านค้าย่อยในวงจรที่พึ่งพากัน

กระบวนการของระบบธุรกิจขนาดเล็กและกลางนั้นเนื่องจากมีความใกล้ชิดและเป็นวิถีชีวิตจึงอาศัยความง่ายในการบริหารปัญหาก็คือ แนววิธีการจัดการที่อ่อนเกินไปก่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอี พัฒนาตัวเองได้ช้าและขาดระบบการประเมินตัวเองเพื่อหาทางแก้ไขและสร้างการเติบโตในระยะยาว ธุรกิจคนไทยเน้นการขายสินค้าแบบง่ายๆซื้อมาขายไป ไม่มีการจัดการในเชิงบริหารไม่สนใจเรื่องประสิทธิภาพการดำเนินการ ไม่มีการคาดการณ์การจัดการด้านการตลาด ขายไปขายมาก็เน้นของถูกลดต้นทุน ห่างจากวิธีการจัดการแนวใหม่ที่เน้นคุณค่าในตัวธุรกิจหรือสินค้าบริการที่นำเสนอ ธุรกิจส่วนใหญ่ถ้าเน้นแต่เรื่องของผลิตภัณฑ์ก็ติดยึดไม่ได้มีการพัฒนาการใหม่ การออกแบบต่างๆเป็นเรื่องห่างไกล การจัดการวิธีการผลิตก็ไม่ได้พัฒนามากขึ้นไม่นิยมพัฒนาเครื่องจักร ออกจะเน้นการผลิตใช้ในครัวเรือนแทน การพัฒนาการผลิตค่อนข้างจะหยุดอยู่กับที่ กลายเป็นว่าคนไทยไม่เก่งค้าขาย และเน้นผลิตสินค้าที่ใช้ทักษะส่วนตัวมากกว่าจะจัดการเป็นอุตสาหกรรม และถ้ามองด้านการค้าเชิงพาณิชย์กรรม ร้านค้าต่างๆก็เป็นการงานในรูปแบบง่ายๆไม่ได้มีแนวคิดใหม่ หรือพัฒนาการประกอบการ รูปแบบซ้ำๆ และไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ

การแก้ปัญหาถ้าไม่มีการวางแผนระยะยาว ระดมความคิดจากทุกหน่วยและสร้างทีมงานแบบบูรณการจริงๆไม่ใช่ต่างคนต่างคิดโครงการสนองนโยบายรัฐเท่านั้น วางแผนงานที่มีเอกชนร่วมคิดหาความต้องการจริงๆให้เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องผลักดันในช่วงแรกๆคือ การให้ธุรกิจพาณิชยกรรมหันมาใช้เทคโนโลยี่การค้ามาใช้ให้ได้ การจัดระบบการทำธุรกิจใหม่ สร้างรูปแบบธุรกิจให้ดีขึ้นคือเรื่องเริ่มต้นที่ต้องลงมือ การสร้างการเชื่อมโยงทางธุรกิจเพื่อช่วยเหลือกันในวงจรเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในกลุ่มธุรกิจขึ้น การสร้างแนวทางการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากร และสร้างความภาคภูมิใจในธุรกิจพาณิชย์กรรมของคนไทยให้มากขึ้น ตัวอย่างที่ดีแบบร้านค้าปลีกตามแนวทางของพระเจ้าอยู่หัว ไม่ว่าจะเป็นร้านโกลเด้นเพลส ร้านดอยคำ ร้านภูฟ้าและอีกหลายรูปแบบที่สร้างความแตกต่างและวิธีการบริหารแหล่งผลิตจนถึงระบบการจัดการต่างๆน่าจะเป็นแนวทางหนึ่งของรูปแบบร้านค้าปลีกคนไทย ที่เป็นหนทางการพัฒนาที่ควรศึกษา

ส่วนด้านหน่วยงานหรือนโยบายเชิงบริหารของรัฐก็มุ่งเน้นนโยบายเชิงรับมากกว่าที่จะจัดให้เป็นแนวคิดเชิงรุก โครงการต่างๆของบ้านเรามักจะเน้นที่ภาคเกษตร หรืออุตสาหกรรมใหญ่ การปกป้องส่งเสริมธุรกิจส่งออก มุ่งไปที่การท่องเที่ยว ส่วนร้านค้าร้านขายในบ้านเมืองไม่มีโครงการหรือแผนงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นหลุมดำที่ขาดการพัฒนา ปล่อยให้มีการค้าต่างชาติบุกคืบเข้ามาจนเกือบจะไม่มีที่ให้การค้าคนไทยยืน เมื่อธุรกิจข้ามชาติมีทั้งความรู้ความสามารถเงินทุน ระบบจัดการที่ดีกว่า ตลาดก็ตกในมือได้ไม่ยาก ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลใดให้ความสนใจกับระบบธุรกิจค้าปลีก หรือเอสเอ็มอี อย่างเต็มที่หรือถูกต้อง บางทีนโยบายโครงการเกือบจะถูกต้องแล้วก็มาผิดพลาดเพราะเหตุผลการเมืองแปลกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น หน่วยงาน โครงการที่จัดตั้งเป็นงานเชิงนโยบายรวดเร็วและหมดไปหายไป รวดเร็ว…..ไปด้วย

อนาคตของเอสเอ็มอีไทยจากวันนี้ไปคาดเดายากว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่หนทางนั้นดูจะไม่สดใสเท่าที่ควร กระบวนการค้าเล็กๆที่ไม่มีใครให้ความสำคัญที่เริ่มถอยร่นไปจนหมด ลูกหลานหันไปสนใจที่จะศึกษาเติบโตไปเป็นคนใช้แรงงานทั้งกายและสมองให้กับธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก วันหนึ่งก็คงจะไม่มีใครสนใจทำมาค้าขายปล่อยให้ธุรกิจบ้านอื่นเมืองอื่นเข้ามาทำเสียให้หมด เราก็แปลงร่างเป็นแต่คนที่เอาแต่กินกับคอยซื้อ ที่นี้ก็คงสะใจ…….ไม่น้อยใช่ไหมล่ะ.

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *