สนใจสร้างธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์

ธุรกิจแฟรนไชส์ต่างจากธุรกิจไขอาชีพอย่างไร ??

ธุรกิจแฟรนไชส์ต่างจากธุรกิจไขอาชีพอย่างไร ??
19
Jun

                ธุรกิจทุกรูปแบบต่างมีลักษณะเฉพาะของตนเอง และการนำมาปรับใช้ก็ต้องกำหนดจุดประสงค์ เป้าหมาย และเข้าใจถึงกระบวนการที่ชัดเจน ระบบธุรกิจแต่เดิมนั้นล้วนเป็นสิ่งดี เพียงแต่คนที่ตัดสินใจนำมาใช้ต่างหาก ที่ยังมีจุดประสงค์ที่ดีหรือไม่ และมากเพียงพอหรือเปล่า กระบวนการพัฒนาธุรกิจนั้นเป็นไปตามธรรมชาติ ความต้องการของตลาดใช้พื้นฐานการค้าธรรมดาๆ เพียงแต่มีการสร้างระบบเข้ามาครอบเพื่อความถูกต้องที่นำเสนอให้ทั้งผู้บริโภค ผู้ค้า และผู้ร่วมค้าในวงจร
                ระบบแฟรนไชส์แม้จะมีมานานเป็นร้อยปีก็ตาม แต่ก็ยังพัฒนาภายหลังระบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้าส่ง การขยายสาขา การร่วมลงทุน หรือการสร้างตัวแทนจำหน่าย จนกระทั่งการพัฒนาระบบขายตรงต่างๆ ธุรกิจที่ใช้กระบวนการค้าที่กล่าวมานั้น ต้องกำหนดทิศทาง วางรูปแบบ กลยุทธ์ที่ใช้ รวมถึงศักยภาพขององค์กร ความเข้าใจ ความชำนาญ รวมถึงความรู้ลึกในงานที่กำลังพัฒนา เงื่อนไขต่างๆ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางให้กับธุรกิจไปด้วย แฟรนไชส์นั้นเป็นวิธีการที่ผสมผสานการสร้างวิธีการที่ช่วยแก้ปัญหาในการขยายช่องทางธุรกิจ ผู้ประกอบการที่ต้องการบริหารการลงทุนด้านการขยายกิจการ มีความพร้อมในเรื่องของวิธีการ สินค้าที่ได้รับยอมรับ ระบบการบริหารจัดการพร้อม แต่อาจจะขาดทรัพยากร โดยเฉพาะเม็ดเงินที่ต้องใช้สำหรับสาขานับสิบนับร้อย ก็จะใช้ระบบแฟรนไชส์เข้ามาเป็นเครื่องมือ การขยายแฟรนไชส์ยังจะใช้การลงทุนของคนทำงานในสาขาเป็นแรงจูงใจ นำนักลงทุนที่เป็นทั้งคนทำและลงทุนเอง อาศัยศักยภาพของต้นแบบช่วยให้การจัดการ ง่าย สะดวก ในการตั้งต้น และการต่อเนื่องของงานบริหาร ก็ทำให้ธุรกิจมีโอกาสสำเร็จเพิ่มขึ้น
                จุดประเด็นสำคัญของทุกระบบงานต้องตอบให้ได้ว่าทำเพื่ออะไร และอะไรเป็นผลตอบแทนในธุรกิจนั้นๆ ถ้าหากทำเพื่อสนองตอบความต้องการระยะสั้น อาศัยแฟรนไชส์เข้ามาเป็นเครื่องมือการแก้ปัญหาสภาพคล่อง สร้างตราสินค้า หรือธุรกิจไม่ดี ตลาดยังไม่ยอมรับ ลูกค้าไม่รู้จักแล้วคิดจะเอาแฟรนไชส์มาเป็นระบบนำร่องแก้ปัญหาให้ อย่างนั้นก็คิดผิดไปเสียแล้ว การสร้างระบบแฟรนไชส์ไม่ใช่วิธีทางการตลาดเพื่อแก้ปัญหาให้ธุรกิจที่ประสบปัญหาแต่กลับกัน ธุรกิจต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมต่อการขยายงาน มีศักยภาพการเติบโต จึงมีโอกาสนำเอาวิธีการแฟรนไชส์มาใช้  ถึงตรงนี้ก็จะเห็นขึ้นมาลางๆ ว่าแฟรนไชส์จึงไม่ใช่วิธีการเริ่มต้นการจัดตั้งธุรกิจ แต่เป็นการต่อยอดขยายกิจการที่มีความสำเร็จทางการตลาด มีตรายี่ห้อ สินค้าที่น่าสนใจ หรือได้รับความนิยมอยู่แล้ว เมื่อธุรกิจมีโอกาสก็สร้างโอกาสนั้นให้เกิดธุรกิจ ขยายสาขา และสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายต่อธุรกิจ และเกิดกำไรจากการขยายงานต่อเนื่อง แฟรนไชส์ยกระดับธุรกิจโดยสร้างทั้งผลกำไร และการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ พร้อมกับความได้เปรียบในการรวมกลุ่มจัดการจำนวนเครือข่ายที่มี กลายเป็นความได้เปรียบทางการค้า ที่การใช้วิธีอื่นอาจจะทำได้ไม่ดีเท่า ความได้เปรียบทั้งสามด้านจึงทำให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง และมีอายุต่อธุรกิจขยายจนกำหนดเวลาไม่ได้ นี่แหละคุณค่าของระบบแฟรนไชส์
                เงื่อนไขการลงทุนที่จะสร้างให้ระบบธุรกิจอยู่รอดเติบโตก็เป็นประเด็นในขั้นตอนการออกแบบ ถ้าธุรกิจมีขนาดเล็กเกินไป การจะสร้างรายได้ให้คุ้มกับการลงทุนลงแรงของนักธุรกิจอาจจะตอบได้ไม่ชัด ดังนั้นขนาดธุรกิจที่ถูกกับการสร้างศักยภาพในการขยายงาน ขยายธุรกิจต้องมีอยู่ด้วย
                ธุรกิจอีกอย่างที่มีลักษณะที่คล้ายกับระบบแฟรนไชส์หรือเป็นต้นทางของการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ก็ได้ คือ การสร้างธุรกิจที่เรียกว่า การสร้างอาชีพ หรือธุรกิจไขอาชีพ ธุรกิจในเชิงดังกล่าว จะเน้นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของตนเองเช่นเดียวกับระบบขายส่งทั่วๆ ไป เพียงแต่สินค้าที่จำหน่ายมักมีลักษณะเป็นวัตถุดิบ ที่ต้องนำไปเพิ่มมูลค่าด้วย การจัดทำจัดปรุงเสียก่อน เจ้าของหรือผู้จำหน่ายสินค้าเชิงวัตถุดิบนั้นก็ต้องสร้างรูปแบบการแปรรูปขึ้นมา จึงกลายเป็นวิธีการจัดทำ หรืออาชีพการขายปรุงสินค้า หรือเป็นร้านค้าขนาดเล็กขึ้น เนื่องจากสินค้าที่ขายเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจมากนักจึงเน้นการผลิตสินค้า ไม่ได้มองเรื่องการสร้างตราสินค้า หรือกระบวนการนำเสนอ หรือการให้บริการที่เพิ่มค่าธุรกิจ กลายเป็นวิธีการขายสินค้าง่ายๆ เน้นการผลิตให้เป็น และอร่อย ตราสินค้านั้นเป็นแค่องค์ประกอบ เพื่อให้เกิดการจำหน่ายเท่านั้น
                ในการดำเนินการเพื่อขยายช่องทางการขายสินค้า วัตถุดิบก็ต้องมีการสร้างรูปแบบร้าน และการสอนถ่ายทอดให้ผู้สนใจ สามารถผลิตสินค้าหรือขายสินค้าจากต้นทางที่กลายเป็นพ่อค้าส่งสินค้าวัตถุดิบให้ ซึ่งผลกำไรก็เกิดจากสินค้าที่นำส่งสาขาตัวแทนที่ฝึกมากับมือ ให้ทำอาชีพของตนเอง ไม่เน้นการขยายงานหรือการจ้างงาน เพราะเป็นธุรกิจเฉพาะคน ต้องทำเอง ขยายงานไม่ได้ ไม่มีการออกแบบระบบธุรกิจรองรับ กลายเป็นธุรกิจเชิงอาชีพเท่านั้น ทำด้วยตัวเองขายเอง ไม่มีโอกาสสร้างเป็นธุรกิจที่ขยายงานได้จริง
                ธุรกิจไขอาชีพนั้นจะเหมาะกับสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มไม่ได้มากนัก จะเป็นการขายสินค้าที่ผลิตขึ้น หรือซื้อมาจำหน่าย ไม่เน้นการสร้างการให้บริการหรือมีมูลค่าเพิ่มอื่นใด ผู้ที่เป็นสำนักงานใหญ่ที่อาจจะเรียกตัวเองว่าแฟรนไชส์ มีหน้าที่ขายอุปกรณ์ และคอยส่งวัตถุดิบให้สาขาสมาชิก กำไรที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการบวกเข้าไปกับสินค้าที่ขายส่งให้ ไม่ได้มีส่วนสร้างกำไรส่วนต่างที่มีค่าเพิ่มจากรูปแบบการจัดการ การให้บริการกับลูกค้า และสำคัญคือคุณค่าในด้านตราสินค้ายังมีอิทธิพลน้อยสำหรับผู้บริโภคทั่วไป  การสร้างกำไรจากวัตถุดิบจะถือว่ามีส่วนการสร้างกำไรให้องค์กรน้อยกว่าที่จะสร้างระบบการสนับสนุนให้กับสมาชิกได้ ธุรกิจไขอาชีพจึงเน้นความเป็นอิสระต่อกัน ไม่สามารถช่วยเหลือหรือสร้างให้ธุรกิจพัฒนาตามแนวคิดแฟรนไชส์ได้  การจัดเก็บค่าใช้จ่ายการบริหารก็ทำไม่ได้ เนื่องจากธุรกิจไม่ได้เน้นการสร้างตรา บริการให้เพิ่มคุณค่าที่สร้างกำไรให้กับสาขา
                ปัญหาที่ตามมาก็คือ สาขาที่เป็นสมาชิกก็กำไรเท่าที่จะได้จากการขายสินค้าทั่วไปก็เป็นไปได้อยู่แล้ว ไม่มีการออกแบบธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน สำหรับแฟรนไชส์ซอร์ในระบบนี้ก็จะได้รับรายได้ที่มาจากการขายสินค้า และไม่สามารถสร้างรายได้จากเครือข่ายที่ตนเองสร้างขึ้นได้ ความไม่คุ้มต่อการทำธุรกิจก็ไม่มี คนซื้อธุรกิจมาก็ไม่ได้อะไร คนขายธุรกิจก็ไม่มีอะไรจะได้ ระบบธุรกิจแบบนี้จึงมีโอกาสล่มสลายได้ง่าย ธุรกิจที่ถูกวางเป็นการไขอาชีพ หรือการสร้างอาชีพให้คนอื่นด้วยการขายวัตถุดิบหรืออุปกรณ์ให้ จึงไม่ควรไปสร้างความสับสนว่าเป็น “ระบบแฟรนไชส์” เพราะความเข้าใจของระบบแฟรนไชส์จะต้องมีการสนับสนุนช่วยเหลือที่ต้องอาศัยรายได้จัดเก็บในระบบของตัวเองได้ด้วย ไม่เช่นนั้นระบบทั้งกระบวนการก็จะไม่เดินหน้า ติดๆ ขัดๆ
                ไขอาชีพ จะเหมาะกับการสร้างธุรกิจที่เป็นเฉพาะของตัวเอง เน้นระยะสั้นๆ ไม่เน้นการเติบโต สร้างความนิยมของธุรกิจและขายอุปกรณ์ วัตถุดิบต่อเนื่องเท่านั้น การควบคุมตราสร้างระบบงานเป็นไปได้ยาก  ธุรกิจแบบนี้จำเป็นต้องพึ่งการผลิตหน้าร้านขึ้นมา การกระจายสาขาก็เลยต้องทำโดยการแนะนำอาชีพให้กับคนต้องการลงทุนน้อย แต่ต้องทำใจให้ได้ว่า การควบคุม การสร้างความยั่งยืนนั้นเป็นไปได้ยาก ธุรกิจแบบนี้บางครั้งอาจจะต้องสร้างหรือพัฒนาเพิ่มขึ้นให้เข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ เพิ่มขึ้นอีกระดับ แต่ต้องเน้นการออกแบบธุรกิจให้มียอดขาย กำไร และมีระบบการจัดการมากขึ้น และต้องสามารถสร้างการจัดเก็บรายได้ต่อเนื่องที่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างระบบแฟรนไชส์ให้ได้
                แนวโน้มธุรกิจไขอาชีพ มีโอกาสพัฒนาให้กลายเป็นระบบแฟรนไชส์ได้ง่ายขึ้น เพราะมีรากฐานการคิดคล้ายกันมาก ต่างกันตรงมีระบบการจัดการธุรกิจทั้งระบบ กับไขอาชีพที่เน้นการขายส่งเท่านั้น คิดเพิ่มอีกนิดสร้างระบบอีกหน่อย พัฒนาแล้วค่อยเรียกตัวเองว่า แฟรนไชส์ ก็จะไม่สับสน จริงๆ แล้วไม่ผิดที่จะสร้างธุรกิจให้เป็นแบบไขอาชีพ แต่ถ้าเรียกตัวเองผิด เข้าใจไม่ถูกต้อง สิ่งที่เป็นเรื่องดีก็จะเสียหายเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขภายหลัง ถ้าเริ่มต้นผิด ต่อให้พัฒนา หรือโชคเข้าข้างขยายงานได้ดี ก็ยังมีโอกาสเสียหายได้ในภายหลังกลายเป็นเรื่องน่าเสียดายเสียเปล่า  ทางที่ดีต้องรีบเข้าใจใหม่แก้ไขเสียก่อน ผิดแล้วยอมแก้นั่นแหละเขาถึงเรียกว่า ยอดคนนะครับ
ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ CFE

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *